การจัดการพลังงานเชื้อเพลิง
บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการพลังงานเชื้อเพลิงจากกิจกรรมการดำเนินธุรกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้เชื้อเพลิง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขต Scope 1 (Direct Emissions)
บริษัทมุ่งดำเนินการให้สอดคล้องกับแนวทาง การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDG 13 – Climate Action) โดยกำหนดมาตรการควบคุมการใช้พลังงานเชื้อเพลิง และพัฒนาโซลูชันด้านโลจิสติกส์ที่ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ


เป้าหมายการดำเนินงาน ปี 2568
บริษัทกำหนดเป้าหมายด้านการใช้พลังงานเชื้อเพลิง เพื่อควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงาน ดังนี้
เป้าหมายระยะสั้น (ปี 2568)
- ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1 มากกว่า 3% หรือไม่เกิน 934 tCO2e เมื่อเทียบกับปี 2567
- ควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้เชื้อเพลิงต่อหน่วยผลิต ไม่เกิน 0.0420 kgCO2e/ชิ้นขาย
- ลดการใช้เชื้อเพลิงในการขนส่งสินค้าในช่วง มกราคม–มีนาคม อย่างน้อย 10% เพื่อลดปัญหามลพิษทางอากาศในช่วงฤดูฝุ่น PM2.5
เป้าหมายระยะกลางและระยะยาว
- ปี 2573 ลดการปล่อย Scope 1 เหลือไม่เกิน 552 tCO2e (ลดลง 42% จากปีฐาน 2566)
- ปี 2608 ลดการปล่อยเหลือ 96 tCO2e หรือประมาณ 90% จากปีฐาน
แนวทางการดำเนินงาน
บริษัทพัฒนาแนวทางการบริหารจัดการพลังงานเชื้อเพลิงผ่านการปรับปรุงระบบโลจิสติกส์และการผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

1. การเพิ่มประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์
บริษัทนำแนวคิด Holistic Logistics Strategy มาใช้ในการบริหารจัดการการขนส่งสินค้า โดยมุ่งลดการสูญเสียจากการขนส่ง เช่น
- การวางแผนเส้นทางขนส่งแบบ Milk Run เพื่อลดการวิ่งรถเที่ยวเปล่า
- การรวมการขนส่งวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูปในเที่ยวเดียว
- การเพิ่มอัตราการบรรทุกสินค้า (Load Optimization)
- การบริหารจัดการเส้นทางขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพ
แนวทางดังกล่าวช่วยลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมโลจิสติกส์ขององค์กร
2. การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในกระบวนการผลิต
บริษัทดำเนินมาตรการควบคุมการใช้พลังงานเชื้อเพลิงในกระบวนการผลิต เช่น
- Smart Scheduling ปรับแผนการผลิตโดยจัดกลุ่มสีของกระบวนการย้อมเพื่อลดเวลาในการเปลี่ยนเครื่องจักร
- Perfect Maintenance ปรับปรุงการบำรุงรักษาเครื่องจักร เพื่อให้เกิดการเผาไหม้ที่สมบูรณ์และใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
- Energy Transition เปลี่ยนระบบเชื้อเพลิงจาก LPG ไปสู่ระบบให้ความร้อนแบบใหม่เพื่อลดการปล่อยคาร์บอน
- Monitoring & KPIs ติดตามและประเมินผลการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง

ผลการดำเนินงาน ปี 2568
สามารถควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1 ไม่เกิน 934 on.Co2e โดยอยู่ที่ 924.27 Ton.Co2e.
| ประเภทการปล่อยก๊าซเรือนกระจก | 2567 TonCO2e | 2568 TonCO2e |
|---|---|---|
| 607.88 | 561.92 | |
| 264.70 | 280.96 | |
| 43.43 | 33.72 | |
| 46.90 | 46.17 |
ประสิทธิภาพการปล่อยคาร์บอนต่อหน่วยสินค้า บริษัทสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหน่วยสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง
| ปี | 2566 | 2567 | 2568 |
|---|---|---|---|
| การปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Kg.Co2e/ชิ้น) | 0.0475 | 0.0420 | 0.0411 |
การลดการใช้เชื้อเพลิงในช่วงวิกฤตมลพิษ
บริษัทสามารถลดการใช้เชื้อเพลิงจากการขนส่งสินค้าในช่วงเดือน มกราคม – มีนาคม 2568 ได้ 11.14% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของปี 2567 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ 10%
สรุป ปริมาณการใช้นํ้ามันและเชื้อเพลิงของบริษัท
| รายละเอียด | หน่วย | ประจำปี | ||
|---|---|---|---|---|
| 2566 | 2567 | 2568 | ||
| น้ำมันดีเซล | ลิตร | 216,764 | 221,808 | 205,037 |
| น้ำมันเบนซิน | ลิตร | 115,868 | 116,518 | 123,679 |
| ก๊าซหุงต้ม | กิโลกรัม | 12,875 | 13,950 | 10,830 |
ในปี 2568 บริษัทสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงลงเหลือ 13.42 ล้านบาท และคิดเป็น 1.11% ของค่าใช้จ่ายการดำเนินงานทั้งหมด
การจัดการพลังงานไฟฟ้า
SABINA มุ่งเน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทดแทน เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมและบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ


เป้าหมายการดำเนินงาน ปี 2568
- ลดการใช้ไฟฟ้าจากสายส่งและพลังงานทดแทนลง 8% เมื่อเทียบกับปี 2567
- ลดการใช้ไฟฟ้าจากสายส่งลง 10%
- เพิ่มสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเป็น 25%
- เป้าหมายระยะยาว (ปี 2608): ลดปริมาณการใช้ไฟฟ้าลง 90% จากปีฐาน
สรุปผลการดำเนินงาน การจัดการพลังงานไฟฟ้า ปี 2568

- ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวมทั้งองค์กร: ลดลง 8.37% (เป้าหมาย 8%)
- ปริมาณการใช้ไฟฟ้าจากสายส่ง: ลดลง 13.39% (เป้าหมาย 10%)
- สัดส่วนพลังงานทดแทน (Solar): บรรลุที่ 25.39% (เป้าหมาย 25%)
- การลดค่าใช้จ่าย: ค่าใช้จ่ายไฟฟ้าลดลงเหลือประมาณ 16.39 ล้านบาท จาก 22.48 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
กลยุทธ์การบริหารจัดการพลังงาน (Operational Approach)
SABINA ใช้มาตรการเชิงรุกทั้งทางเทคนิคและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม:
- การขยายพลังงานทดแทน: ติดตั้ง Solar Rooftop เพิ่มเติมที่โรงงานพุทธมณฑลสาย 5 ขนาด 187.74 kWp และที่ร้านค้า (Shop) หน้าโรงงาน
- นวัตกรรมทำความเย็น (EVAP): ใช้ระบบ Evaporative Cooling แทนเครื่องปรับอากาศ ซึ่งใช้พลังงานเพียง 10% เมื่อเทียบกับแอร์ทั่วไป ลดการใช้ไฟฟ้าได้สูงสุดถึง 45% ในโรงงานสาขายโสธร
- ประสิทธิภาพเทคโนโลยี:
- เปลี่ยนมอเตอร์จักรเป็น Servo Motor จำนวน 1,688 ลูก
- เปลี่ยนหลอดไฟเป็น LED 18W ครบ 7,837 หลอด ลดการใช้ไฟลง 50%
- ใช้ระบบปรับอากาศแบบ VRF และแอร์ประหยัดไฟเบอร์ 5 ครบ 100% ตามเป้าหมาย
- การออกแบบและการทำงาน: * ปรับผังโรงงาน (Layout) เพื่อรวบรวมพื้นที่ทำงานและลดการเปิดไฟที่ไม่จำเป็น
- ใช้แสงธรรมชาติแทนไฟฟ้าในโรงงานยโสธรและชัยนาท
- สลับเวลาพักเที่ยงเพื่อลด Peak Load ของการใช้ไฟฟ้า

การยอมรับและมาตรฐานสากล
ในปี 2568 บริษัทผ่านการทวนสอบมาตรฐาน Higg Facility Environmental Module (FEM) ในด้านการจัดการพลังงาน น้ำ ของเสีย และสารเคมี สะท้อนถึงมาตรฐานการดำเนินงานในระดับสากล
การบริหารจัดการน้ำ
บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) มุ่งมั่นเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยยึดหลักการใช้น้ำหมุนเวียนและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ข้อที่ 6


วิสัยทัศน์และการประเมินความเสี่ยง (Commitment & Water Risk)
บริษัทใช้เครื่องมือระดับสากล WRI Aqueduct Tools ในการประเมินความเสี่ยงด้านน้ำ เพื่อวางแผนรับมืออย่างแม่นยำ:
เป้าหมายการดำเนินงาน ปี 2568
การจัดการช่วงภัยแล้ง (Water Stress)
การจัดการน้ำทิ้ง
แก้ไขการใช้น้ำบาดาล
กลยุทธ์และนวัตกรรมการจัดการน้ำ (Operational Strategy)
บริษัทใช้แนวทางผสมผสานทั้งด้านวิศวกรรมและการสร้างจิตสำนึก:

การกักเก็บและนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ (Water Circularity)
- น้ำธรรมชาติ: ขุดบ่อกักเก็บน้ำฝนและน้ำธรรมชาติในโรงงานชัยนาทและยโสธร รวมความจุมากกว่า 10,000 ลบ.ม.
- ระบบรีไซเคิล: พัฒนาการนำน้ำจากระบบแอร์ชิลเลอร์, ระบบอีแวป (EVAP), และสปริงเกอร์หลังคากลับมาใช้ใหม่ โดยในปี 2568 สามารถรีไซเคิลน้ำได้รวมกว่า 6,800 ลบ.ม.
- น้ำทิ้งจากการย้อม: โรงงานพุทธมณฑลสาย 5 มีระบบบำบัดน้ำย้อมที่มีประสิทธิภาพสูงและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ถึง 1,767 ลบ.ม.
เทคโนโลยีประหยัดน้ำ
- เปลี่ยนก๊อกน้ำเป็นระบบอัตโนมัติและเพิ่มแรงดันเพื่อลดระยะเวลาการใช้
- ปรับเปลี่ยนฟลัชวาล์วชักโครกจาก 6 ลิตร เหลือ 5.5 ลิตร ต่อครั้ง
- ติดตั้งหัวปรับแรงดันน้ำที่ซิงค์ล้างจานเพื่อลดการสิ้นเปลือง


ความรับผิดชอบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม (Social & Environmental Responsibility)
- มาตรฐานน้ำทิ้ง: มีการตรวจวัดค่า pH, BOD, COD และสีของน้ำเป็นประจำทุกเดือน เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำที่ปล่อยสู่ลำรางสาธารณะมีคุณภาพเหนือกว่าเกณฑ์มาตรฐาน
- การรับฟังเสียงชุมชน: มีการสำรวจผลกระทบต่อชุมชนรอบข้างอย่างสม่ำเสมอ โดยในปี 2568 ผลการสำรวจพบว่าโรงงานส่วนใหญ่ ไม่ส่งผลกระทบ ต่อชุมชน
- มาตรการบรรเทา: ในพื้นที่ที่พบปัญหาเล็กน้อย บริษัทได้เพิ่มความถี่ในการเติมสารปรับสภาพน้ำและล้างร่องระบายน้ำเป็น 3 ครั้ง/เดือน ทันที
การบริหารจัดการของเสีย
SABINA มุ่งมั่นบริหารจัดการของเสียและมลภาวะทางอากาศด้วยความรับผิดชอบต่อพนักงานและชุมชน โดยใช้หลัก 3R (Reduce, Reuse, Recycle) และเปลี่ยนของเสียให้เป็นทรัพยากรที่มีค่า เพื่อลดปริมาณขยะฝังกลบและมุ่งสู่เป้าหมายความยั่งยืน
วิสัยทัศน์และเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ (Commitment & Targets)
ผลการดำเนินงานที่โดดเด่นในปี 2568 (Key Achievements) บริษัทสามารถบรรลุเป้าหมายที่เหนือกว่าความคาดหมายในหลายด้าน:
เป้าหมายการดำเนินการ ปี 2568
ผลการดำเนินงาน ปี 2568

- ขยะฝังกลบ: ลดลงได้ถึง 26% (เป้าหมาย 10%) ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีนัยสำคัญ
- ประสิทธิภาพเทียบยอดขาย: ลดปริมาณขยะฝังกลบเทียบยอดขายลงได้ 20% (เป้าหมาย 15%)
- สัดส่วนขยะรีไซเคิล: บรรลุที่ 86.7% ซึ่งมีการพัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี
- คุณภาพอากาศ: ลดปริมาณสาร TVOCs ได้ถึง 17.6% เหนือกว่าเป้าหมายที่ 5%
กลยุทธ์การบริหารจัดการตามหลัก Circular Economy
SABINA เปลี่ยนของเสียจากกระบวนการผลิตให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์และพลังงานใหม่:
การแปรรูปขยะอุตสาหกรรม (Waste to Value)
- ขยะพลังงาน (Waste to Energy): นำขยะจากกระบวนการฟองโมลด์ไปผลิตเป็นพลังงานทดแทนได้กว่า 50.65 ตัน
- ขยะสู่วัตถุดิบ (Waste to Raw Material): แปรรูปขยะเป็นเม็ดพลาสติกได้ 14.47 ตัน
- ผลิตภัณฑ์อัปไซเคิล (Upcycling): นำเศษผ้าและวัสดุเหลือใช้มาผลิตเป็นสินค้า เช่น ไม้ขนไก่ เปล และพรมเช็ดเท้า เพื่อสร้างรายได้เข้ามูลนิธิคุณแม่จินตนา


โครงการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
- โครงการ GREENROOF: คัดแยกกล่องนม UHT แปรรูปเป็นหลังคาได้ 183 แผ่น
- โครงการวัดจากแดง: คัดแยกขวดพลาสติกเพื่อผลิตเป็นจีวรพระสงฆ์ โดยในปี 2568 ส่งมอบขวดพลาสติกไปแล้วกว่า 69,699 ขวด
- ธนาคารขยะ (Waste Bank): รณรงค์ให้พนักงานคัดแยกขยะเพื่อสร้างรายได้เสริม โดยที่สาขายโสธรสามารถรวบรวมขยะได้ถึง 13,748 กก.
การควบคุมมลภาวะและผลกระทบต่อชุมชน (Pollution Control)
- นวัตกรรมบำบัดอากาศ: ติดตั้งระบบปล่องดูดอากาศ (Hood) และแผ่นกรองมาตรฐานสูงในแผนกฟองโมลด์ เพื่อควบคุมฝุ่นละอองและสารเคมีไซลีน
- ความรับผิดชอบต่อชุมชน: ผลการตรวจสอบมลภาวะทางอากาศผ่านเกณฑ์มาตรฐาน 100% และจากการสำรวจชุมชนรอบข้าง ไม่มีข้อร้องเรียน ด้านกลิ่น ควัน หรือขยะ

การบริหารจัดการผลิตภัณฑ์
ซาบีน่า มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ภายใต้วิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด
วิสัยทัศน์และเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ (Commitment & Targets)
บริษัทกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนเพื่อยกระดับสินค้าให้มีความยั่งยืนเพิ่มขึ้นทุกปี

เป้าหมายการดำเนินการ ปี 2568
ผลิตภัณฑ์ยั่งยืน (Sustainable Products)
บรรจุภัณฑ์สีเขียว (Green Packaging)
ผลการดำเนินการ ปี 2568

สัดส่วนผลิตภัณฑ์ยั่งยืน
การลดก๊าซเรือนกระจก


ถุงพลาสติก EDP
นวัตกรรมผลิตภัณฑ์รักษ์โลก (Product Innovation)
SABINA เลือกใช้วัสดุทางเลือกเพื่อลดการพึ่งพาทรัพยากรจากปิโตรเลียม:
- Bio-based Materials: ใช้ฟองโมลด์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันปาล์ม 10% แทนน้ำมันดิบ และใช้เส้นใย TERRYL® ที่ผลิตจากพืชที่ปลูกทดแทนได้
- เส้นใยธรรมชาติ: เลือกใช้ผ้า TENCEL™ Modal จากเยื่อไม้บีชที่ย่อยสลายได้สมบูรณ์ และ Bamboo Cotton Organic ซึ่งปลูกโดยปราศจากสารเคมี
- เศรษฐกิจหมุนเวียน (From Marine to Fashion): นำอวนประมงที่ไม่ใช้แล้วมาแปรรูปเป็นเส้นใยรีไซเคิลเพื่อผลิตชุดว่ายน้ำและสปอร์ตแวร์ โดยในปี 2568 สามารถลดขยะอวนได้ถึง 3,320 กิโลกรัม และลดก๊าซเรือนกระจกได้ 18,724 kgCO2e.


การจัดการบรรจุภัณฑ์และการจัดการทรัพยากร (Responsible Packaging)
- มาตรฐาน FSC: เปลี่ยนกล่องบรรจุภัณฑ์และป้ายแท็กสินค้าเป็นกระดาษที่ผ่านการรับรองจาก FSC เพื่อยืนยันการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน
- การลดจำนวนป้าย (Tag): ออกแบบป้ายสินค้าใหม่เพื่อลดการใช้กระดาษ จากเดิม 5 ป้ายต่อตัว เหลือเพียง 2 ป้ายต่อตัว ช่วยลดขยะฝังกลบได้กว่า 31,600 กิโลกรัม ในปี 2568
- ชุดยูนิฟอร์มพนักงาน: พัฒนาเสื้อพนักงานขายและพนักงานออฟฟิศจากขวดพลาสติก PET รีไซเคิล โดยในปี 2568 ใช้พลาสติกรีไซเคิลรวม 44,500 ขวด ในการผลิตชุดยูนิฟอร์ม
New Life BRA CYCLE “โละบราเก่า…ไปเป็นพลังงานสะอาด”
SABINA ตระหนักถึงปัญหาขยะสิ่งทอ (Textile Waste) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากจัดการไม่ถูกวิธีจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เราจึงมุ่งมั่นสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ผ่านการรับชุดชั้นในเก่ามาจัดการอย่างเหมาะสม เพื่อลดการฝังกลบและสร้างคุณค่าใหม่ให้แก่สังคม



เป้าหมายการดำเนินการ ปี 2568
ผลการดำเนินงาน ปี 2568

ปริมาณการรับโละรวม

กลยุทธ์การจัดการ "Zero Waste to Landfill" (Management Strategy)
SABINA บริหารจัดการชุดชั้นในที่ได้รับบริจาคผ่าน 2 ช่องทางหลัก เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีขยะไปจบที่การฝังกลบ:
- การจัดการด้วยความร้อน (Waste-to-Energy): ชุดชั้นในที่ไม่สามารถใช้งานได้จะถูกส่งไปกำจัดด้วยวิธีเผาในระบบปิดควบคุมอุณหภูมิ เพื่อนำพลังงานความร้อนกลับมาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า ทดแทนการใช้ถ่านหิน
- การส่งต่อเพื่อใช้งานใหม่ (Social Support): สำหรับชุดชั้นในสภาพดี จะถูกคัดแยกเพื่อส่งมอบให้แก่สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ (บ้านพักฉุกเฉิน) และทัณฑสถานหญิงทั่วประเทศ เพื่อช่วยเหลือสตรีผู้ด้อยโอกาส
เครือข่ายความร่วมมือ (Strategic Partnerships)
ความสำเร็จของโครงการเกิดจากการผนึกกำลังกับพันธมิตรที่เข้มแข็ง:
- ด้านการรับบริจาค: ร่วมกับห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และบริษัทในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และอาคารสำนักงาน เพื่อเพิ่มจุดรับบริจาคให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น
- ด้านการทำลาย: ร่วมกับบริษัท อินซี บีซีเอ็ม จำกัด ในการกำจัดขยะด้วยกระบวนการทางความร้อนที่สะอาดและปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม

การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก
บริษัทมีโครงสร้างการกำกับดูแลด้านก๊าซเรือนกระจกที่ชัดเจน ครอบคลุมตั้งแต่ระดับคณะกรรมการไปจนถึงระดับปฏิบัติการ เพื่อขับเคลื่อนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ


การบริหารจัดการและโครงสร้าง (Governance Structure)
บริษัทมีโครงสร้างการกำกับดูแลด้านก๊าซเรือนกระจกที่ชัดเจน ครอบคลุมตั้งแต่ระดับคณะกรรมการไปจนถึงระดับปฏิบัติการ เพื่อขับเคลื่อนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ
ผลการดำเนินงานด้านก๊าซเรือนกระจก (Performance)
| ปีที่ประเมิน | วันที่รับรอง | ผู้ตรวจสอบ | ผลประเมินก๊าซเรือนกระจกที่บริษัทได้รับ | |||
|---|---|---|---|---|---|---|
| ผล Co2 ขอบเขตที่ 1 | ผล Co2 ขอบเขตที่ 2 | ผล Co2 ขอบเขตที่ 3 | ผล Co2 การดูดกลับ | |||
| 2565 | 28/08/2566 | บริษัท บูโรเวอริทัส เซอทิฟิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด | 1,012 Tonco2 | 2,112 Tonco2 | 9,799 Tonco2 | - |
| 2566 | 09/05/2567 | บริษัท บีเอสไอ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด | 950 Tonco2 | 2,391 Tonco2 | 10,069 Tonco2 | 569.36 Tonco2 |
| 2567 | 22/04/2568 | บริษัท บีเอสไอ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด | 962.92 Tonco2 | 1,820.54 Tonco2 | 12,390.89 Tonco2 | 30.29 Tonco2 |
| 2568 | ระหว่างรอขึ้นทะเบียน | บริษัท บีเอสไอ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด | 924.27 Tonco2 | 1,498.16 Tonco2 | 12,561.68 Tonco2 | 620.9 Tonco2 |

การบริหารความเสี่ยงด้าน Climate (Risk Management)
บริษัทประเมินความเสี่ยงและโอกาสจาก Climate Change ครอบคลุม:
- ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ (เช่น CBAM)
- ต้นทุนพลังงาน
- การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค
- ความสามารถในการแข่งขัน
โครงการลดก๊าซเรือนกระจก (Mitigation Initiatives)
โครงการสำคัญ
- Solar Rooftop
- การจัดการของเสีย (Waste Management)
- โครงการ LESS (Low Emission Support Scheme)
- การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน


ผลลัพธ์
- ลดก๊าซเรือนกระจกสะสมจากโครงการ LESS:
- ปี 2567: 49,188.90 tCO2e
- เทียบเท่าการปลูกต้นไม้กว่า 5.4 ล้านต้น
โครงการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพและพื้นที่ป่าไม้
บริษัท ตระหนักถึงความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (Climate change) อาทิเช่น การขาดแคลนน้ำ น้ำท่วม น้ำแข็งขั้วโลกละลาย โรคระบาด ภัยแล้ง ฯลฯ จึงดำเนิน โครงการ “ปลูกต้นไม้เพื่อต่อลมหายใจให้โลกของเรา”
และรณรงค์ให้ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับ ปลูกต้นไม้เพื่อให้เกิดการกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ลงสู่ต้นไม้และพื้นดิน และเพิ่มอากาศที่สะอาด ซึ่งเป็นการสนับสนุนความมุ่งมั่นที่จะเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon neutrality)ในปี 2050 และส่งเสริมสนับสนุนการควบคุมอุณหภูมิโลกให้เพิ่มไม่เกิน 1.5 องศา



โรงงาน ยโสธร โดยผู้บริหารและพนักงาน
โรงงาน ยโสธร โดยผู้บริหารและพนักงาน ได้ร่วมกับกรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดยโสธร เริ่มปลูกวันที่ 8/6/2566 จนถึงปัจจุบัน
รวมจำนวน
โดยได้รับการขึ้นทะเบียนแล้ว 594 ต้น คิดเป็น
| ประเภทการปลูก(ยโสธร) | จำนวนต้นไม้ที่ขึ้นทะเบียนแล้ว | จำนวน Co2 ที่ลด KgCo2 | ||
|---|---|---|---|---|
| 2566 | 2567(เพิ่มพูน) | 2568 | ||
| ปลูกเดิม (ในโรงงาน) | 284 | 634,309.17 | 16,893.46 | 349,862 |
| ปลูกเดิม (นอกโรงงาน) | 310 | 140,583.98 | - | 105,616 |
| ปลูกเพิ่ม (นอกโรงงาน) | 0 | 20,832 | - | |
| รวม | 594 | 795,725.15 | - | 455,478 |
โรงงาน ชัยนาท ผู้บริหารและพนักงานโรงงาน
ได้ปลูกต้นไม้ ในพื้นที่รวมจำนวน
โดยได้รับการขึ้นทะเบียนแล้ว 898 ต้น คิดเป็น

| ประเภทการปลูก | จำนวนต้นไม้ที่ขึ้นทะเบียนแล้ว | จำนวน Co2 ที่ลด KgCo2 | ||
|---|---|---|---|---|
| 2566 | 2567(เพิ่มพูน) | 2568 | ||
| ปลูกเดิม (ในโรงงาน) | 73 | 78,612.20 | 13,396.65 | 59,596.66 |
| ปลูกเดิม (นอกโรงงาน) | 825 | 262,119.78 | - | 108,668 |
| ปลูกเพิ่ม (นอกโรงงาน) | 0 | - | - | 0 |
| รวม | 898 | 349,779.98 | 13,396.65 | 168.237.66 |
หมายเหตุ: ตัวเลขการดูดกลับ ใน ปี 2566,2567 และ 2568 ได้ผ่านการทวนสอบจากผู้ทวนสอบแล้ว ซึ่งแสดงผลตัวเลขในใบประกาศ คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร
ทั้งนี้บริษัทฯต้องการให้การดำเนินงานด้าน สิ่งแวดล้อม การจัดการก๊าซเรือนกระจก เป็นเรื่องสำคัญ และให้เป็นไปตามข้อกำหนดตามหลักสากล
โดยสามารถนำความรู้มาปรับใช้กับบริษัทได้ บริษัทฯจึงได้ส่งพนักงานเข้าอบรมตามหลักสูตรที่สำคัญต่างๆทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชน
บริษัทได้ส่ง คุณจิตสุภา สิทธิมนต์อำนวย เข้าอบรมหลักสูตร CARBON NEUTRAL EVENT ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม และก๊าซเรือนกระจก
