สารจากประธานกรรมการ

นายวิโรจน์ ธนาลงกรณ์

ประธานกรรมการ

ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2561 มีสภาพที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องมาจากปี พ.ศ.2560 โดยเฉพาะครึ่งปีแรกของปี 2561 ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของตลอดทั้งปีจึงดีขึ้น
ซึ่งเกิดจากหลายๆ ปัจจัย อาทิเช่น การกระตุ้นทางเศรษฐกิจจากภาครัฐรวมทั้งความสามารถของภาคเอกชนส่วนใหญ่

บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) ก็ทำผลงานในปี พ.ศ. 2561 ได้เป็นที่น่าพอใจเช่นเดียวกัน โดยมียอดขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 15.8 เป็นยอดขายรวมอยู่ที่ 3,103 ล้านบาท มากกว่ายอดขายปีก่อนซึ่งมียอดขายรวมอยู่ที่ 2,679 ล้านบาท ส่งผลให้มีกำไรเติบโตสูงกว่าปีก่อนถึง 49% คิดเป็นยอดกำไรสุทธิที่ 361 ล้านบาท สูงกว่ากำไรปีก่อนที่ 118.5 ล้านบาท ทั้งนี้เกิดจากการขยายช่องทางการจำหน่ายที่ปรับเปลี่ยนไปตามพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคในปัจจุบันได้ทันท่วงที

จากผลการดำเนินงาน คณะกรรมการบริษัทจึงมีมติเห็นควรเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น
ในวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2562 เพื่ออนุมัติจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.54 บาท โดยกำหนดจ่ายในวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ในปี พ.ศ. 2562 บริษัทมีแผนการขยายการจำหน่ายให้ถึงผู้บริโภคให้มากยิ่งขึ้น โดยการจำหน่ายไปในช่องทางการจำหน่ายใหม่ๆ ที่เข้าถึงได้สะดวก รวดเร็วยิ่งๆ ขึ้น ด้วยการปรับ
ระบบสินค้าคงคลังและการส่งสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น มีการเพิ่มสินค้านวัตกรรมใหม่ๆรองรับความต้องการของผู้บริโภค มีการสื่อสารทางการตลาดที่ชัดเจนและกว้างขวางมากยิ่งขึ้น
ทางด้านการส่งออกที่ผลิตภายใต้ตราสินค้าของบริษัทในกลุ่มประเทศ CLMV ก็มีแนวโน้มที่สูงขึ้นจากความน่าเชื่อถือในคุณภาพและแบรนด์ Sabina ของบริษัท

ในปี พ.ศ. 2561 ทางบริษัทมีการบริหารงานโดยยึดถือแนวปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยตระหนักถึงความสำคัญและความรับผิดชอบที่มีต่อผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของบริษัทอย่างต่อเนื่อง เป็นผลให้ในปี 2561 บริษัทได้รับการประเมินจาก
สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) อยู่ในระดับ “ดีเลิศ”

ในนามของคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร พนักงาน บริษัทจะยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมมาภิบาล เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กรและขอขอบพระคุณท่านผู้ถือหุ้น ลูกค้า
คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ ตลอดจนผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย สำหรับความไว้วางใจและ
ความเชื่อมั่นในศักยภาพของบริษัทที่ท่านได้มอบให้แก่บริษัทตลอดมา