สารจากประธานกรรมการ

นายวิโรจน์ ธนาลงกรณ์

ประธานกรรมการ

ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2562 มีสภาพที่ไม่ค่อยดีนักต่อเนื่องมาจากปี พ.ศ.2561 แม้แต่ค่า GDP ที่ต้นปีคาดว่าจะได้ประมาณ 3.8% แต่สุดท้ายก็มาปิดที่ 2.4% ในครึ่งปีแรกของปี 2562 ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมยังคงดีอยู่ แต่ในครึ่งหลังของปีเกิดภาวะราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ฝนแล้ง แต่มาเกิดฝนชุกตอนปลายปีทำให้เกิดน้ำท่วมในภาคเหนือและอีสานของประเทศ

อย่างไรก็ดี บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) ก็ทำผลงานในปี พ.ศ. 2562 ได้เป็นที่น่าพอใจ โดยมียอดขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.2 เป็นยอดขายรวมอยู่ที่ 3,295 ล้านบาท มากกว่ายอดขายปีก่อนซึ่งมียอดขายรวมอยู่ที่ 3,103 ล้านบาท ส่งผลให้มีกำไรเติบโตสูงกว่าปีก่อนถึง 14.3% คิดเป็นยอดกำไรสุทธิที่ 413 ล้านบาท สูงกว่ากำไรปีก่อนที่ 51 ล้านบาท ทั้งนี้เกิดจากการขยายช่องทางการจำหน่ายที่ปรับเปลี่ยนไปตามพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคในปัจจุบันได้ทันท่วงที

จากผลการดำเนินงาน คณะกรรมการบริษัทจึงมีมติจ่ายเงินปันผลหุ้นละ 1.19 บาทต่อหุ้น แต่เนื่องจากคณะกรรมการบริษัทได้มีมติจ่ายเงินปันผลระหว่ากาลไปแล้ว เป็นเงินหุ้นละ 0.57 บาท จึงเห็นควรเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ในวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2563 เพื่ออนุมัติจ่ายเงินปันผลอีกในอัตราหุ้นละ 0.62 บาท โดยกำหนดจ่ายในวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

ในปี พ.ศ. 2563 บริษัทมีแผนการขยายการจำหน่ายให้ถึงผู้บริโภคให้มากยิ่งขึ้น โดยการจำหน่ายไปในช่องทางการจำหน่ายใหม่ๆที่เข้าถึงได้สะดวก รวดเร็วยิ่งๆขึ้น ด้วยการปรับระบบสินค้าคงคลังและการส่งสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น มีการเพิ่มสินค้านวัตกรรมใหม่ๆรองรับความต้องการของผู้บริโภค มีการสื่อสารทางการตลาดที่ชัดเจน ให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพื่อใช้งบประมาณการตลาดให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ทางด้านการส่งออกที่ผลิตภายใต้ตราสินค้าของบริษัทในกลุ่มประเทศ CLMV ก็มีแนวโน้มที่สูงขึ้นจากความน่าเชื่อถือในคุณภาพและแบรนด์ Sabina ของบริษัท

ในปี พ.ศ. 2562 ทางบริษัทมีการบริหารงานโดยยึดถือแนวปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยตระหนักถึงความสำคัญและความรับผิดชอบที่มีต่อผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของบริษัทอย่างต่อเนื่อง เป็นผลให้ในปี 2562 บริษัทได้รับการประเมินจากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) อยู่ในระดับ “ดีเลิศ”

ในปี พ.ศ. 2562 ทางบริษัทยังได้มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับโครงการและกิจกรรมต่างๆทางด้าน ESG (Environmental, Social, Governance) ให้มากยิ่งขึ้น ภายใต้ปรัชญา “สังคมอยู่ได้ ประชาชนอยู่รอด พนักงานและบริษัทถึงจะอยู่ได้อย่างยั่งยืน” โดยการนำโครงการที่เคยทำมาตั้งแต่อดีตมาปรับปรุงและมุ่นเน้นให้ได้ประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นโครงการเย็บเต้านมเทียม เพื่อบริจาคให้คนที่ตัดเต้านมด้วยสาเหตุมะเร็งเต้านม โครงการ Zero Waste นำวัสดุเหลือใช้มาทำผลิตภัณฑ์แบบภูมิปัญญาชาวบ้าน การจัดตั้ง Micro Finance ช่วยเหลือพนักงานที่มีหนี้สินมาก ฯลฯ

ในนามของคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร พนักงาน บริษัทจะยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมมาภิบาล เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กรและขอขอบพระคุณท่านผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ ตลอดจนผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย สำหรับความไว้วางใจและความเชื่อมั่นในศักยภาพของบริษัทที่ท่านได้มอบให้แก่บริษัทตลอดมา ท้ายนี้ ทางบริษัทยังมีความภูมิใจที่ได้รับรางวัล Set Award ในหมวด Out Standing Performance ประจำปี 2562 อีกด้วย